Bose เรียบง่าย แต่คลาสสิก

ในปัจจุบันโลกได้ก้าวข้ามเทคโนโลยีต่างๆ มามากมาย รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านการฟังเพลง หรือเสียง ซึ่งก็คงสามารถกล่าวได้ว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโบสอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเป็นยี่ห้อหรือแบรนด์ที่ดังและมีประวัติมาอย่างเนิ่นนาน โดยเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 1964 ก่อตั้งขึ้นมาโดย Dr. Amar G. Bose ศาสตราจารย์ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า (electrical engineering) แห่งมหาวิทยาลัยชื่อดัง “Massachusetts Institute of Technology” หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่า MIT ภายใต้กิจการ โบส Corporation ตัวของคุณ Dr. Amar G. Bose ได้เริ่มต้นจากการซื้อเครื่องเสียงให้แก่ตัวเอง แต่ก็พบว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้ เสียงไม่ถูกใจอย่างที่เขาอยากได้สักเท่าไหร่ จากปัยหาที่ได้พบ กลายเป็นจุดเริ่มต้นเล้กๆ ที่ทำให้ Dr. Amar G. นั่งทบทวนและคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะได้มาซึ่งลำโพงที่เสียงถูกใจและเหมาะสมกับตัวเขามากที่สุด ด้วยตัวของศาสตราจารย์นั้น มีการศึกษาเกี่ยวกับการฟัง การรับรู้ของเส้นประสาทเสียงของคนมาอยู่บ้างและได้ลงลึกไปถึงเรื่องของ psychoacoustics ซึ่งนำมาผสมผสานหลักการของวิศวกรรมไฟฟ้าในเชิงลึก และนั้นคือต้นแบบหลักของลำโพง ที่ต่อยอดมาถึงปัจจุบันนี้ ในยุคนั้นเรียกได้ว่าต้นแบบอันนี้แหวกทุกกฎของลำโพง ซึ่งมีเราเรียกกันว่า Direct/Reflecting® speaker system

Direct/Reflecting® speaker system เกิดจากการวิเคราะห์และวิจัย เจาะลึกลงไปในเรื่องของการฟัง และเสียงของอะคูสติกภายในคอนเสร์ตหรือฮอลล์ และการวิเคราะห์ วิจัยได้ผลออกมาเป็นที่พึงพอใจ เรียกได้ว่าดีเยี่ยมไปเลย ทั้งนี้ การวิจัยนั้นแสดงผลออกมาเป็นตัวเลขเพื่อความแม่นยำซึ่งผลลัพ์ออกมาว่าเสียงที่คนเราได้ยินจากในฮอลล์หรือคอนฯ นั้นจะไม่ใช่เสียงจริงจากการแสดงเต็มสตรีม เต็มร้อนเปอร์เซน แต่จะประกอบไปด้วย เสียงตรง หรือ Direct sound ที่ได้จากเสียงคนตรีพุ่งตรงเข้าสู่หูทั้งสองข้างของเรา กับ เสียงสะท้อน หรือ Reflecting sound ที่ได้จากเสียงคนตรีพุ่งไปกระทบเข้ากับสิ่งต่างๆ สารพัดอย่างภายในคอนเสริ์ต ฮอลล์ก่อนที่จะสะท้อนมาเข้าสู่หูทั้งสองข้างของเรา

                โดยเสียงตรงและเสียงสะท้อนนั้นเวลาเข้ามาการรับรู้ของเราจะมีความเหลื่อมล้ำ ไม่ได้เดินทางมาถึงหูพร้อมๆ กัน โดยเสียงตรงจะเข้ามาสู่การรับรู้ของเราก่อน แล้วเสียงสะท้อนถึงค่อยตามมา ถึงมันแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม แต่ค่าเวลาก็จะเกิดการเหลื่อมล้ำ ทำให้ประสาทหู” ของมนุษย์ก็สามารถนำไปตีความสู่สมองให้รับรู้ได้ …นี่แหละที่เป็นต้นเรื่องของการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ psychoacoustics  ซึ่งเป็นสิ่งที่เชี่ยวชาญอย่างมากของ Dr.Bose จนบรรลุสู่ทฤษฎีมากมายที่กลายมาเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของโบสใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้

นอกจากนี้ ทางบริษัทก็ไม่ได้หยุดยั้งการพัฒนาแต่อย่างใด จากการติดตามข่าวล่าสุด ทางแบรนด์มีการพัฒนาในเรื่องของแว่นตา และแน่นอนว่าต้องไม่ใช่แค่เพียงแว่นตาธรรมดาแน่นอน และไม่เลียนแบบใครที่ทำแว่นตาอย่าง Google Glass หรือ Intel’s Vaunt glasses แต่ทางโบสได้พัฒนา AR ภายใต้มุมมองที่เกี่ยวกับความคิดทางด้านเสียง ชั้นข้อมูลและประสบการณ์ทางด้านเสียง” นำไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ทั้งนี้ โบสไม่ได้พัฒนาแต่เพียงแว่นตาเท่านั้น ยังพยายามที่จะพัฒนาระบบเสียงให้เหมือนจริงมากที่สุด

สำหรับประสบการณ์เสมือนจริงทางด้านเสียงสามารถทำอะไรได้บ้าง? โบสมีข้อคิดเห็น 2-3 ข้อ บริษัทวาดภาพเกี่ยวกับการมีอุปกรณ์ โบส AR ยามที่ต้องไปเยี่ยมชมสถานที่ประวัติศาสตร์หรือในสถานที่สำคัญก็จะได้ฟังข้อมูลหรือสุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญ หรือแจ้งตำแหน่งทิศทางด้วยเสียงเมื่อ GPS ของคุณเข้าสู่บริเวณสนามบิน

นอกจากนี้บริษัทยังต้องการรวบรวมข้อมูลภาพเข้ากับแพลตฟอร์มจากโบส AR เพื่อให้คุณสามารถรับฟังเสียงล่ามแปลข้อมูลจากป้ายที่คุณกำลังยืนมอง รายงานสภาวะอากาศเมื่อคุณมองออกนอกหน้าต่าง หรือรับฟังประวัติภาพวาดที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ดูเหมือนเรายังคงห่างไกลจากอุปกรณ์ที่จะทำให้ผู้บริโภคได้เข้ามารู้จัก (หรือมากกว่าในจินตนาการของผู้บริโภค) แต่ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจสำหรับการก้าวย่างสู่โลกเสมือนจริง จากจุดแข็งของโบสซึ่งแตกต่างไปจากสินค้า AR ของเจ้าอื่นอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้เห็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของบริษัทแล้ว ก็เป็นไปได้ว่า เราก็อยากจะมีสินค้าของโบสไว้สักชิ้นหรืออันนึงเพื่อตอบสนองมุมมองที่แตกต่างของเขา ซึ่งทุกคนสามารถติดตามข่าวสารและสินค้าต่างๆ มีข้อมูลของสินค้าต่างๆและลำโพงรุ่นใหม่ๆ ให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ