เปลี่ยนโลกไปกับเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

               Digital Economy ได้กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” อาจจะเรียกได้ว่ามันคือเศรษฐกิจที่เราต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจค้าขายผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ หรือการขายของของใน Social Media ไม่ว่าจะใน Facebook ,Instagram หรือผ่านทาง Smart TV  

               ในปัจจุบันนั้นการทำ Digital Economy มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ การทำ Digital Economy จะช่วยลดต้นทุนในการประกอบการในทุกด้าน ไม่ว่าจะในด้านการผลิต หรือด้านการขาย ซึ่งเราจะไม่ต้องไปเสียค่าเช่าที่แพงๆเพื่อที่จะได้ขายสินค้า ไม่ต้องมีหน้าร้านเราก็สามารถซื้อสินค้าได้ รวมทั้งในด้านสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลายกว่าเดิมมาก ไม่จำเป็นต้องดูสินค้าผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์หรือโบรชัวร์แบบสมัยก่อนเท่านั้น เพียงแค่คุณมี Smart TV จากที่บ้าน คุณก็สามารถเลือกชมสื่อหรือเข้าไปใน Website ตามที่คุณต้องการ

               Digital Economy เป็นคำศัพท์ที่เกิดในปี 1995 ซี่งในยุคนั้นถือว่าอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถเปลี่ยนวิธีในการค้าขายอย่างชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งการเป็น Digital Economy จะทำให้เกิดการต่อยอดในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆที่ออกสู่ตลาดและเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย จึงทำให้เกิดการขยายตัวอย่างกว้างขวางขึ้นของธุรกิจ E-Commerce

การขายของผ่านทางอินเทอร์เน็ตนั้นอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ซื้อที่ไม่ต้องไปเดินซื้อของ และสิ่งเหล่านี้ยังทำให้เกิดการขยายการจ้างงานในรูปแบบลักษณะใหม่ๆเนื่องจากเป็นผลจากการตลาดยุคใหม่ที่เกิดขึ้นรวมทั้งรูปแบบการขาย เช่น นักกลยุทธ์การตลาดทาง Social Media หรือที่ปรึกษา E-Commerce , การ Live ขายของผ่านทาง Facebook รวมทั้งการขายของผ่านทาง Smart TV ที่ปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแตกตากจากสมัยก่อนที่สังคมของเรานั้นไม่มีการติดต่อผ่านเทคโนโลยีหรือการใช้อินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันจึงมีสื่อมากหมายให้เราได้เลือกใช้ตามความต้องการ แม้แต่เกษตรกรก็ยังสามารถเปิด Smart TV หรือ Application และรู้ได้ทันทีจากตำแหน่ง GPS ว่าพื้นที่นั้นสามารถปลูกพืชชนิดอะไรได้บ้าง นี่คือสิ่งที่ล้ำสมัยมาก

               ความสำคัญของยุคดิจิทัลนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ จากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิตและทรัพยากรธรรมชาติไปสู่การขับเคลื่อนด้วยความรู้และความคิดสร้างสรรค์ โดยประเทศที่มีการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์แล้วมักจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี รวมทั้งกลุ่มประเทศแถบแสกนดิเนเวีย เป็นต้น

               เรามักจะเห็นธุรกิจเล็กๆในชุมชน หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้มีการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์และเชื่อมโยงกับตลาดโลกมากขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจอาจจะดูเหมือนไม่บรรลุเป้าหมายเท่าที่ควร เนื่องจากราคาสินค้าบางประเภทนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ในด้านความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจก็ยังน้อยกว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละสาขาที่เข้าสู่ยุคการแข่งกันทางดิจิทัลได้อย่างรุนแรง ดังนั้น การเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตรวมของประเทสจึงเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น

              ปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นคือการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมเพื่อให้มีความครอบคลุมเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในทุกพื้นที่ด้วยราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชน และยังส่งเสริมให้ประชาชนมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในส่วนของภาคธุรกิจและในชีวิตประจำวันได้อย่างแพร่หลาย และยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างไม่ซ้ำซ้อน ในส่วนของการศึกษานั้นก็จะช่วยให้มีความเข้าใจในการเข้าถึง รวมถึงการเรียนรู้เทคโนโลยีได้อย่างเท่าทันทั้งในเรื่องประโยชน์และโทษ รวมถึงยังสนับสนุนในการใช้อินเทอร์เน็ตในกิจกรรมทางธุรกิจและชีวิตประจำวันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้

              ในสังคมปัจจุบันของประเทศไทย การใช้เทคโนโลยีของภาคประชาชนในยุคที่มีแต่การรับนวัตกรรมใหม่ๆอย่างรวดเร็วผ่านแรงขับเคลื่อนของภาคเอกชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือการแพร่หลายของ Social Network, Smart TV ฯลฯ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจและสังคมใช้สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน และคุณภาพชวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน